ปฏิรูป เริ่มได้เลย

posted on 18 Dec 2013 15:17 by chalermw in Transmitted directory Diary, Idea
ตอนนี้
คำว่าปฏิรูป
กำลังเบ่งบานไปทั่ว

พวกเราคนไทย
ควรถือโอกาส
ปฏิรูปตัวเองไปด้วย

มีวินัยให้มากกว่านี้
ซื่อสัตย์เสมอ
ยึดถือคำมั่นสัญญา

เป็นคนไว้วางใจได้
ตรงต่อเวลา
ไม่หลบเลี่ยงปัญหา

ตรงมาตรงไป
ให้เกียรติคนอื่น
และเคารพในความเป็นคนของเขา

หมั่นพัฒนาตัวเอง
มองโลกให้กว้าง
เปิดใจต่อสิ่งที่แตกต่าง
มีเหตุผล
แสวงหาความรู้

มองคุณค่าคนที่ความสามารถ
ให้โอกาสคนรุ่นใหม่
ทำอะไรด้วยจิตสำนึก

เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง
ละอายและกลัวเกรงที่จะทำสิ่งผิด
คิดถึงเรื่องเจตนารมณ์ก่อนรูปแบ

เลิกมีชีวิตแบบตัวใครตัวมัน
หรือทีใครทีมัน
มีมากแล้วจงตอบแทนคืนสังคม

เราคือเพื่อน พี่น้อง ร่วมแผ่นดิน
เราต้องช่วยกันฝ่ากระแสความท้าทาย
จากโลกภายนอก

เราควรคบหาเป็นมิตร
กับประเทศอื่นๆในโลก
มิใช่ยอมเป็นเบี้ยล่างเขา

เราควรออกไปมองดู
เพื่อเข้าใจโลกกว้าง
แล้วหันมาสร้าง
ให้บ้านเราแข็งแรง

ถ้าเราช่วยกัน
คนทั้งประเทศเรา
จะภาคภูมิใจในชาติได้มากกว่านี้

เราทุกคนจะสบายขึ้น
ไม่ใช่แค่บางคน
สังคมเราจะน่าอยู่กว่านี้

ถ้าพวกนักการเมือง
ไม่ดียังไง
เราก็ต้องอย่าเป็นแบบนั้น

ลองถามตัวเองดู
ว่าเรายังมีพฤติกรรมบางอย่าง
เหมือนพวกนั้นหรือเปล่า

เราโชคดีแล้ว
ที่มีแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์
เราแค่ต้องช่วยกัน
ทำให้มันเป็นบ้านที่มีความสุข
ไปชั่วลูกชั่วหลาน

วันที่แม่ไม่อยู่บ้าน

posted on 04 Dec 2013 21:42 by chalermw in Transmitted directory Diary, Idea
นึกถึงพ่อขึ้นมา

จำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง
วันที่แม่ต้องไปสัมนาต่างจังหวัดกับที่ทำงาน
ผมต้องอยู่กับพ่อสองคน

ทุลักทุเลกันน่าดู
สำหรับผู้ชายหนึ่งคน
กับเด็กประถมต้นที่เงียบเฉย
แล้วก็โลกส่วนตัวสูง

อะไรที่แม่เคยทำแล้วมันดูง่ายๆ
พอแม่ไม่อยู่เท่านั้นแหละ เฮ่อ..
ทั้งเรื่องกับข้าว เรื่องเสื้อผ้า อะไรอยู่ตรงไหน

ถึงจะตั้งตารอแม่กลับกันทั้งคู่
แต่ก็เห็นพ่อพยายามทำหน้าที่แทน

มายอมรับกันดีกว่า ว่ายังไงพ่อก็ทำกับข้าวสู้แม่ไม่ได้หรอก
แต่ท่าทางทำอะไรไม่ถูกของพ่อ ก็น่ารักดีอยู่

เพราะธรรมดาแล้วพ่อผมดุมาก
ต้องการฝึกให้ลูกทำงาน หนักเอาเบาสู้
ตามประสาลูกคนจีน

แต่วันที่แม่ไม่อยู่บ้าน
พ่อกลับกลายเป็นคนใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ผมจำภาพพ่อพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆของเรา
วิ่งฝ่าลมหนาวของภาคเหนือ ไปร้านขนมที่แม่ชอบพาไป

พ่อบอกว่าอยากกินอะไร ให้เลือกเอาเลย
ธรรมดาพ่อเป็นคนประหยัดมาก ไม่ค่อยจะซื้ออะไรฟุ่มเฟือย

ผมถามพ่อว่า อันนี้แพงไปหรือเปล่า ผมอยากกิน
"อยากกินก็เอาสิ" พ่อบอก

วันนั้นผมเลือกขนมที่ผมรู้สึกว่าไฮโซ และผมไม่คิดจะซื้อมาก่อน
เพราะมันแพงไปสำหรับเด็กประถมเมื่อหลายสิบปีก่อน
ที่มีค่าขนมวันละ 5 บาท

ซึ่งพอกินแล้ว กลับรู้สึกว่าเฉยๆ ไม่อร่อยอย่างที่คิด
แต่ผมจำพ่อที่ใจดีสุดๆในวันนั้นได้เสมอ

เวลาแห่งความสุขกับพ่อ ไม่ได้หวือหวา
หากแต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ที่อบอุ่นไม่น้อย

วันนี้ พ่อได้เดินทางไปยังที่ที่ไกลแสนไกลแล้ว
แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมยังอยากถามอะไรพ่อ
หรือบอกอะไรให้ดีใจ เวลาผมทำอะไรสำเร็จ

นี่ไงครับ ที่พ่อเคยฝึกให้เป็นคนอดทน หนักเอาเบาสู้
ซื่อตรงในคำพูดของตน ประหยัด และทำอะไรอย่างสุจริตให้เป็นนิสัย

แต่จะโทรไป ที่ที่พ่ออยู่ ก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ไปถึง
ไม่ว่าเราจะมีอีกกี่จีก็ตาม

ถนอมรักษาเวลา ที่ได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารักไว้นะครับ
มันเป็นของขวัญในกล่องความทรงจำ ที่เปิดออกมาครั้งใด
ก็จะยังคงส่องประกายอันงดงาม